รวมโรคปวดหลัง

ตอบกลับโพส
admin
Administrator
โพสต์: 678
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ พ.ค. 22, 2020 10:04 pm

รวมโรคปวดหลัง

โพสต์ โดย admin » อังคาร พ.ค. 26, 2020 3:27 pm

6 โรคปวดหลังยอดฮิต

Cr. จากเว็บ ดู บอดี้ http://www.doobody.com/%E0%B8%94%E0%B8% ... B8%99.html

ทรมานสุดฤทธิ์ กับชีวิตที่นั่งนาน
ถ้าเพื่อนๆที่ต้องทำงานอยู่ในท่านั่งตลอดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ยัน 5 โมงเย็น กลับมาบ้านก็นั่งดูซีรี่ย์ในมือถือต่อวนเวียนแบบนี้วันแล้ววันเล่า หรือมีความจำเป็นที่ต้องนั่งขับรถนานๆทุกๆวันล่ะก็ ผมคิดว่าเพื่อนๆคงหนีไม่พ้น 1 ใน 6 โรคปวดหลังนี้แน่นอน

แล้วทั้ง 6 โรคที่ผมจะพูดถึง ไม่จำเป็นต้องรอจนแก่แล้วถึงเป็นกันนะ คนส่วนใหญ่ที่เป็นในปัจจุบันอายุ 30 40 ปี แทบทั้งนั้นเลยที่มารักษากับผม พอพูดคุย ถามอาชีพการทำงานก็พูดเหมือนๆกันคือ นั่ง นั่ง แล้วนั่งทำงานจนเป็นโรคกันเนี่ยแหละ

แล้วเชื่อเถอะครับว่า ไม่ว่าเพื่อนๆจะเป็นโรคหมอนรองปลิ้นทับเส้นประสาท หรือโรคเบาๆอย่างปวดหลังเรื้อรัง ถ้าได้เป็นขึ้นมาสักโรคแล้วล่ะก็ เพียงแค่เอาก้นหย่อนเก้าอี้ได้ไม่นาน เราก็ต้องเจอกับอาการปวดขึ้นมาทันที บางคนเป็นมากจนต้องยอมลาออกจากงานก็มีเยอะมาก

ถ้าเพื่อนๆไม่อยากให้ 1 ใน 6 โรคนี้เกิดขึ้นกับตัวเราเองแล้วล่ะก็ ลองอ่านบทความนี้ ศึกษาเกี่ยวกับโรคเหล่านี้ แล้วขณะอ่าน ให้ยืนอ่านกันนะครับ และทั้ง 6 โรคที่ว่าจะมีอะไรบ้าง เชิญอ่านต่อกันได้ได้เลยครับผม

รูปภาพ


1. โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (herniated disk disease)

รูปภาพ

จัดว่าเป็นโรคปวดหลังร้าวลงขา และทำให้ขาชาที่พบได้มากที่สุด รักษาหายยาก มีค่าใช้จ่ายในการรักษา และเสี่ยงโดนผ่าตัดหลังสูงที่สุดในบรรดา 6 โรคเลยก็ว่าได้


โรคนี้คือภาวะเจลที่อยู่ในหมอนรองกระดูกมันปลิ้นออกมาอยู่ด้านนอก แล้วไหลไปกดทับกับรากประสาทไขสันหลังที่อยู่ทางด้านหลังเข้า พอโดนรากประสาทปั๊ป ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดขา ขาชาตามแนวรากประสาทที่ถูกกดทับ


แต่หากเจลปลิ้นออกมามากขึ้น ทับรากประสาทมากขึ้นอีกผู้ป่วยก็จะปวดหลังอย่างชัดเจน เดินหลังตรงไม่ได้ รู้สึกขาหนัก ก้าวขาลำบาก ถ้าให้นั่งจะรู้สึกดี แต่ถ้ายืนจะปวดมากขึ้น บางคนปวดขนาดต้องนอนนิ่งๆ จะให้ใครมาโดนตัวไม่ได้เลยก็มี หรือบางคนก็ต้องหายใจเบาๆ เพราะถ้าหายใจแรงจะยิ่งปวดกว่าเดิม


ต้นเหตุที่ทำให้เป็นโรคนี้ก็เพราะพฤติกรรมที่ชอบ"นั่งหลังค่อม"ครับ เพราะการนั่งหลังค่อมจะทำให้เจลในหมอนรองเคลื่อนไปออที่ด้านหลังกันมาก จนมันดันเนื้อหมอนรองทางด้านหลังให้ค่อยๆฉีกขาด จนเจลมันปลิ้นออกมาได้


นอกจากการนั่งหลังค่อม การยืนก้มหลังยกของหนัก หรือการยืนยกของแล้วบิดเอวซํ้าๆเป็นประจำมีความเสี่ยงทีทำให้หมอนรองปลิ้นง่ายกว่าการนั่งอีกนะ เพราะท่าเหล่านี้ทำให้เกิดแรงดันในหมอนรองเยอะมากๆจากนํ้าหนักสิ่งของที่เราถืออยู่นั่นเองครับ


ส่วนวิธีการรักษาแบบทำเองดูที่คลิปนี้ได้เลย
- เริ่มจากการดึงหลัง https://youtu.be/YYWAEvEmwuk
- ดัดหลังให้หมอนรองไหลกลับเข้าที่ เน้นท่าที่ 1-5 ก็พอ ทำท่าไหนเจ็บเลี่ยงท่านั้น https://youtu.be/mQE9aQU53q0
- วิธีตรวจว่าเป็นโรคหมอนรองทับเส้นรึเปล่า https://youtu.be/D6GiQbkFPSs


2. โรคข้อกระดูกสันหลังเสื่อม (Lumbar Spondylosis)

รูปภาพ


ถ้าเทียบกับข้อที่ 1 แล้ว โรคกระดูกสันหลังเสื่อมถือว่าเบากว่าเยอะครับ โรคนี้จะมีอาการไม่รุนแรงมากหรอกครับ หลักๆก็คือจะปวดหลัง ตึงหลัง หลังแข็ง ก้มหลังลำบาก ปวดตึงหลังช่วงเช้าแต่พอได้บิดตัวประมาณ 20 นาทีอาการก็ดีขึ้นได้ไม่ยาก


แต่ถ้าข้อมันเสื่อมและทรุดมากขึ้นความซวยจะเริ่มมาเยือนทันทีครับ เพราะการที่ข้อมันทรุดลงมันมีความเสี่ยงที่ข้อกระดูกจะไปกดเบียดรากประสาทไขสันหลัง หรือเกิดกระดูกงอกขึ้นรอบข้อสันหลัง แล้วเจ้ากระดูกงอกเนี่ยแหละดันงอกไปโดนเส้นประสาทอีกทีจนทำให้เกิดอาการชาลงขาได้


ถึงแม้จะชาลงขา อาการชาก็ยังถือว่าเบาอยู่ดีครับ น้อยคนจริงๆที่เป็นข้อสันหลังเสื่อมแล้วจะปวดแบบดื้นทุรนทุรายเหมือนโรคที่ 1 ซึ่งโรคนี้เกี่ยวข้องกับอายุที่มากขึ้นด้วย แต่กระดูกสันหลังจะเสื่อมและทรุดตัวได้ไวขึ้น ถ้าเรายังคงนั่งทำงานนานๆ เพราะการนั่งมันทำให้เกิดแรงกดที่กระดูกสันหลังมากกว่าท่ายืนมากมายเลย


ข้อกระดูกสันหลังเลยต้องรับนํ้าหนักที่มากอยู่ตลอดเวลา พอใช้งานมันมากๆก็เข้าสู่ภาวะเสื่อมได้ไวขึ้นนั่นเอง แต่ก็มีข้อยกเว้นบางอย่าง ถ้ากล้ามเนื้อแกนกลาง (หลังมัดลึก) แข็งแรงดี ก็ช่วยชะลอการเสื่อมได้มากเช่นกันนะ แถมคนที่หลังแข็งแรงก็ไม่ค่อยจะปวดหลังกันด้วยเด้อ


วิธีคลายอาการปวดตึงหลัง หลังแข็ง
- เริ่มจากการดึงหลัง https://youtu.be/3SLcMoxdcgw
- การยืดคลายหลัง https://youtu.be/G4YylMovvio


3. ข้อกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท (spondylolisthesis)

รูปภาพ


โรคข้อกระดูกสันหลังเคลื่อน สำหรับผมถือว่าเป็นโรคที่ร้ายแรงพอสมควรเลยนะ แม้คนที่เป็นโรคนี้จะไม่ได้ปวดหลังมากจนชักดิ้นชักงอเหมือนโรคที่ 1 หรือจะชาขามากจนเป็นอัมพฤก


แต่ข้อเสียชิ้นโตเลยสำหรับคนเป็นโรคนี้ก็คือ... ถ้าได้เป็นแล้วไม่หายขาดนะ ส่วนการทำกายภาพก็ช่วยป้องกันไม่ให้ข้อสันหลังมันเคลื่อนมากขึ้นกับช่วยลดปวดได้ระดับหนึ่ง ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะตัวเชื่อมส่วนปลายกับส่วนต้นกระดูกสันหลังมันแตกออกจากกัน กระดูกส่วนต้นเลยเคลื่อนได้เป็นอิสระ


ทางเดียวที่รักษาให้หายขาดคือ ต้องใช้การผ่าตัดเชื่อมกระดูกที่แตกออกให้มาติดกันเหมือนเดิมครับ แต่เพื่อนๆก็ไม่ต้องตกใจนะว่า พอรู้ว่าเป็นโรคนี้ต้องวิ่งแจ้นไปให้หมอเฉือนหลังทันที ไม่ใช่ครับ คนที่จะโดนผ่าตัดคือคนที่ข้อสันหลังมันเคลื่อนออกไปมากเกิน 50%


และมีอาการชาขามาก ชาตลอดเวลา จนกล้ามเนื้อขาเริ่มฝ่อไปบางส่วนแล้ว ถ้าเป็นในลักษณะนี้ก็คือต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยไว ไม่งั้นข้อสันหลังมันจะเคลื่อนมากขึ้นจนไปกดทับเส้นประสาททำให้อาการแย่ลงกว่าเดิมได้ แต่ถ้าดูผล x-ray แล้วข้อไม่ได้เคลื่อนมาก อาการปวดชาก็ไม่ได้เยอะอะไร แบบนี้ก็เน้นออกกำลังกายอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วครับ


ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เป็นข้อกระดูกสันหลังเคลื่อนคือ คนที่หลังแอ่นมากครับ เช่น ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์, คนอ้วนลงพุง หรือคนที่ชอบนั่งหลังแอ่นเองจนติดเป็นนิสัย แล้วแอ่นตลอดเวลาไม่ว่าจะนั่ง ยืน เดินจนข้อสันหลังมันเคลื่อนในที่สุด


ท่าบริหารป้องกันไม่ให้ข้อเคลื่อนมากกว่าเดิม
- ท่าบริหารกล้ามเนื้อหลังมัดลึก https://youtu.be/t2MKVX3Tp1I
- ท่าออกกำลังกายหลัง https://youtu.be/9-lE7q5-WkA


4. กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (piriformis syndrome)

รูปภาพ


จัดว่าเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อที่ก้นที่พบกันได้ทุกช่วงทุกวัยเลยก็ว่าได้ เพราะโรคนี้เกี่ยวกับการนั่งซะเป็นส่วนใหญ่ การนั่งนานจะทำให้กล้ามเนื้อก้นมัดลึกมัดหนึ่งที่มีชื่อว่า piriformis ที่อยู่ติดกับเส้นประสาท sciatic ตึง


ถ้าแค่ตึงธรรมดาเราก็จะรู้สึกปวดในก้นลึกๆ เหมือนมีเข็มทู่ๆมาตำที่ก้นอยู่ตลอดเวลา ปวดแบบหาจุดกดเจ็บไม่เจอซะที จนต้องนั่งตะแคงก้นไปตลอดเวลาทำงานก็มี แต่ถ้าได้ยืนเดินสักพักอาการก็จะดีขึ้นมาหน่อย


แต่อาการจะแย่มากขึ้นทันทีถ้ากล้ามเนื้อ piriformis ตึงมากขึ้นจนไปหนีบกับเส้นประสาท sciatic ที่อยู่ใต้มัดนั้น พอเส้นประสาทถูกหนีบปั๊ปเราจะรู้สึกปวดชาร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งทันที แรกๆจะปวดแบบเป็นๆหายๆ จะปวดมากขึ้นถ้าเริ่มนั่งนานๆ


ถ้าปล่อยไว้นานๆไม่ได้รักษา กล้ามเนื้อจะตึงมากขึ้นอาการปวดชาลงขาก็มากขึ้น จากเดิมที่เป็นๆหายๆ คราวนี้แหละครับ เราจะรู้สึกปวดตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนจนหัวถึงหมอนกันเลยทีเดียว แม้จะไม่ได้ปวดหนักจนถึงขั้นทุรนทุราย แต่มันก็ปวดตลอดเวลาจนรบกวนการนอนของเราได้ การทานยาลดปวดก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นอีกต่างหาย


พอเราไปหาหมอด้วยอาการปวดสะโพกร้าวลงขา ขาชาแบบนี้ ถ้าไม่ตรวจกันละเอียดดีๆ ส่วนใหญ่จะโดนเหมาว่าเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทกันแทบทั้งนั้นเลยครับ จัดว่าเป็นโรคที่สร้างความปวดหัวให้ทั้งกับหมอ และตัวคนไข้ไม่น้อยเลยล่ะ อ่อ แล้วการ x-ray กับ MRI ไม่สามารถตรวจได้นะว่าเราเป็นโรคนี้


วิธีการรักษา
- คลิปวิธียืดกล้ามเนื้อสะโพก https://youtu.be/wEeZaC99PhQ
- ยืดเส้นประสาทขาลดอาการชา https://youtu.be/PhY5qokahls


5. โรค SI joint syndrome

รูปภาพ


อีกโรคที่สร้างอาการปวดหัวให้ทั้งหมอและคนไข้ แถมการทำ MRI ก็ยังไม่สามารถตรวจได้ด้วยว่าเป็นโรคนี้ ยกเว้นการ x-ray ตรวจพบได้นะแต่ต้องสังเกตุกันดีๆเลยล่ะครับ


โรคนี้จัดว่าเป็นโรคความเสื่อมอย่างหนึ่งเช่นกัน ซึ่งเกิดจากข้อกระดูกเชิงกรานกับกระเบนเหน็บมันชิดกันมากเกินไปจนทำให้ข้อเสื่อมแล้วเกิดอาการปวดขึ้น หรือไม่ก็เกิดจากเอ็นที่อยู่รอบๆข้อกระเบนเหน็บมันตึงอักเสบก็ทำให้เกิดอาการได้เหมือนกันนะ


ปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคนี้ก็มาจากพฤติกรรมการนั่งเช่นกันครับ แต่จะเป็นการนั่งที่ค่อนข้างวิลิศมาหราหน่อย เช่น ชอบนั่งไขว่ห้าง นั่งเก้าอี้แล้วยกขาขึ้นมาข้างหนึ่ง(เหมือนท่านั่งท่านขุนน่ะ) นั่งเอียงตัวไปข้างหนึ่งแล้วลงนํ้าหนักที่ก้นข้างใดข้างหนึ่งนานๆ นั่งโซฟาที่เบาะนิ่มมากๆ หรือนั่งขับรถนานๆ


พฤติกรรมแบบนี้แหละที่ทำสะสมกันเป็นปีๆถึงจะทำให้เกิดโรคนี้ขึ้นมาได้ ส่วนอาการปวด โดยมากมักปวดตามขอบกางเกงใน บางคนปวดมากหน่อยก็จะร้าวลงขาหนีบบ้าง ร้าวลงก้น หรือร้าวขึ้นไปที่เอวบ้าง แล้วอาการปวดจะมากขึ้นทันทีถ้าผู้ป่วยต้องนั่งนานๆ


อาการปวดแม้จะไม่ได้รุนแรงมาก แต่ที่แน่ๆถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆมันจะทำให้เรานั่งนานไม่ได้ ซึ่งจะสร้างปัญหาในคนที่ต้องขับรถอยู่บ่อยๆ มีปัญหาข้อเชิงกรานติด เวลาเดินก็จะเดินตูดบิดไม่เท่ากัน ถ้าเป็นผู้หญิงใส่กระโปรงจะสังเกตุเห็นได้ในช่วงเย็นว่ากระโปรงมันบิดหมุน จากเดิมที่ซิปอยู่ด้านหลัง พอตกเย็นเท่านั้นแหละ ซิปดันเลื่อนมาอยู่ด้านข้างเฉยเลย


วิธีรักษา
- คลิปท่าบริหารแก้ปวด part 1 https://youtu.be/_w90KdZtP_o
- คลิปท่าบริหารแก้ปวด part 2 https://youtu.be/INUPLpthIoY


6. กล้ามเนื้อหลังอักเสบเฉียบพลัน

รูปภาพ


จริงๆอันนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นโรคซะทีเดียวนะ เป็นเพียงอาการปวดหลังซะมากกว่า แต่เพิ่มคำว่าปวดเฉียบพลันเข้ามาเสริมเท่านั้นเอง


ในหัวข้อนี้ก็คืออาการปวดกล้ามเนื้อหลังธรรมดานั่นแหละครับ ถ้าคนเรานั่งทำงานนานๆก็จะปวดตึงหลังกันบ้างอยู่แล้ว แต่อาการปวดก็อยู่ในระดับที่ทนได้สบายๆ หรือถ้าทนไม่ได้ก็จะลุกขึ้นยืนเดินสักพักอาการปวดก็เบาไปเอง


แต่อาการปวดหลังเฉียบพลันมันรุนแรงกว่านั้น คือ มันปวดแปล็บที่หลังจนชะงัก ขยับตัวไม่ได้ หลังแข็ง แต่จะรีบล้มตัวลงนอนหรือนั่งทันทีก็ไม่ได้อีก เพราะแค่ขยับตัวอาการปวดก็เพิ่มขึ้นจนอยากจะแหกปากร้องจ๊าก ทุกสิ่งทุกอย่างต้องทำอย่างค่อยๆช้าๆ ทุกอย่างดูเนิ่นนานไปหมด


คนไข้คนหนึ่งเล่าว่ากว่าเค้าจะล้มตัวลงนอนได้จากท่ายืน ต้องใช้เวลามากกว่า 30 นาที ถ้าขยับตัวเร็วแม้แต่นิดเดียวจะปวดแปล็บที่หลังเหมือนมีแส้มาฟาดเลย แล้วพอนอนควํ่าลงได้ อาการปวดก็ยังไม่เบาซะที จนต้องเรียกรถรพ.มารับ


พอมารับก็ให้พยาบาลมายกตัวเค้าไม่ได้อีก โดนตัวไม่ได้เลย ต้องค่อยๆกระดึ๊บตัวขึ้นไปนอนบนเปลหามเอง แล้วก็ขนขึ้นรถไปในท่านอนควํ่าเหมือนท่ากบถูกรถทับไปแบบนั้นนั่นแหละครับ รวมเวลาเบ็ดเสร็จจากกระดึ๊บขึ้นเปลหามจนถึงรถรพ.ก็ปาเข้าไปอีก 40 นาที


ช่วงที่ทรมานสุดก็ตอนที่นอนในรถแล้วรถสะเทือนนั่นแหละครับ เหมือนมีคนเอาแส้มาฟาดตลอดเวลา ร้องโหยหวนยาวไปจนถึงรพ. แต่พอหมอฉีดยาลดปวดกับยาคลายกล้ามเนื้อให้ อาการปวดดีขึ้นแทบจะทันทีเลย ยาลดปวดคลายกล้ามเนื้อมันจะได้ผลดีถ้าเราปวดที่กล้ามเนื้อจริงๆนะ


นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของคนที่ปวดหลังเฉียบพลันนะครับ ซึ่งสาเหตุมีหลายอย่างมากจริงๆ เช่น ไปยกของหนัก ยืนบิดเอวแรงๆ ก้มหลังหยิบของหล่นที่พื้น เผลอนอนบิดตัวแล้วตื่นมาปวดแปล็บทันที หรือไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนแต่ไปฝืนออกในท่ายากๆเลยก็ทำให้ปวดเฉียบพลันได้


ปัจจัยภายนอกที่ทำให้เราปวดแบบนี้ก็มีนะ ที่เจอเยอะที่สุดเลยก็คือ เล่นกีฬาที่มีการปะทะกันอย่างฟุตบอล รักบี้ หรือโดนรถเฉี่ยวจนตัวไถลไปข้างหน้าทำให้กล้ามเนื้อหลังอักเสบครับ


ซึ่งการนั่งนานจะไม่ค่อยทำให้เราเป็นโรคนี้นะ ส่วนมากจะทำให้ปวดตึงหลังเรื้อรังธรรมดาซะมากกว่า ถ้าได้นวด เปลี่ยนอิริยาบถ หรือยืดหลังอาการก็ดีขึ้นได้ แต่ก็มีผู้ป่วยบางคนที่กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรงมาก ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แค่มีคนเรียกชื่อเค้าจากด้านหลังแล้วหัวขวับไปเรีวๆ เกิดอาการปวดแปล๊บที่หลังขึ้นมาทันทีก็มี


วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดแบบนี้ที่ง่ายที่สุดก็คือ การหมั่นออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงเข้าไว้นะครับ
- วิธียืดกล้ามเนื้อหลัง https://youtu.be/G4YylMovvio
- วิธีออกกำลังกายหลังท่าง่ายๆ https://youtu.be/lda8kKZm-xU



สรุป ถ้าเพื่อนๆเลี่ยงการนั่งทำงานไม่ได้จริงๆ เพราะชีวิตต้องทำงานหน้าคอมตลอดล่ะก็ ผมก็แนะนำเลยว่า ให้ตั้งนาฬิกาเตือนเราทุกๆ 50 นาที พอครบ 50 นาทีปุ๊ปเราก็ลุกขึ้นยืนเดินสัก 5-10 นาที แล้วค่อยกลับมานั่งทำงานใหม่ ทำแบบนี้ตั้งแต่เช้ายันเลิกงาน ก็จะป้องกันไม่ให้โรคทั้ง 6 เกิดขึ้นกับเราได้แล้วนะ
- คลิป วิธีป้องกันโรคออฟฟิศ ซินโดรม https://youtu.be/DY5YMfdj7Ac

สุดท้ายโรคทางกายที่เกิดขึ้นกับเราอยู่ทั้งหมดทั้งมวล ล้วนเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเองแทบทั้งสิ้น แค่ปรับพฤติกรรมวันล่ะนิดก็ห่างไกลโรคเป็นหมื่นลี้แล้วครับ ^^


------------------------------------------------------------------------------------------

https://www.facebook.com/doobodys/
http://www.doobody.com/รวมบทความ
รวมคลิปท่าบริหาร youtube/doondoobody
Line ID :doobody
------------------------------------------------------------------------------------------

รวมโรคปวดหลัง

ankylosing spondylitis

เป็นหนึ่งในโรคข้ออักเสบในกลุ่ม spondyloarthropathy ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ มีข้อกระดูกสันหลังอักเสบ (spondylitis) ข้อต่อกระดูกเชิงกรานอักเสบ (sacroiliitis) การอักเสบของข้อส่วนปลายมักมีอาการข้ออักเสบที่บริเวณข้อใหญ่โดยเฉพาะที่ส่วนล่างของร่างกาย ในระยะยาวโรคนี้จะตรวจพบการทำลายข้อและเกิดการสร้างกระดูกบริเวณจุดเกาะของเอ็นและกระดูกแกนกลางสันหลัง ท้ายที่สุดทำให้กระดูกยึดติด มีการจำกัดเคลื่อนไหวของข้อ และส่งผลให้เกิดความพิการ

ตามมาได้ การวินิจฉัยโรคแต่เนิ่นๆอาจจะช่วยชะลอความรุนแรงของโรคได้ ในปัจจุบันจึงมีแนวทางในการวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะแรกเพื่อช่วยในการประเมินการรักษาได้เร็วยิ่งขึ้น

ระบาดวิทยา

อุบัติการณ์ของโรคข้อ ankylosing spondylitis พบได้ร้อยละ 0.1-1 ส่วนใหญ่พบในผู้ป่วยเพศชายมากกว่าเพศหญิง อัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิงเท่ากับ 3 ต่อ 1 ถึง 3 ต่อ 2 ร้อยละ 80 พบในอายุน้อยกว่า 30 ปี1-3

ลักษณะทางคลินิก

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหลังชนิดอักเสบหรือ inflammatory back pain คือจะมีอาการปวดหลังมากขึ้นเมื่อนอนพัก ปวดตึงหลังในตอนเช้าและอาการดีขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวโดยอาการที่เป็นต้องเป็นต่อเนื่องอย่างน้อย 12 สัปดาห์ บางรายมีอาการปวดสะโพกย้ายสลับที่กัน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบวมร้อนของข้อส่วนปลายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข้อต่อรยางค์ส่วนล่างของร่างกายได้แก่ ข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อเท้า และมักมีการอักเสบชนิดไม่สมมาตร

นอกจากนี้บางรายมีการอักเสบของจุดเกาะเอ็นต่างๆเช่น จุดเกาะเอ็นร้อยหวาย ที่กระดูกหัวเหน่า ส้นเท้า เป็นต้น

โรคกลุ่ม spondyloarthropathy มีลักษณะเด่นคือ มีข้อกระดูกสันหลังอักเสบ (spondylitis) ข้อต่อกระดูกเชิงกรานอักเสบ (sacroiliitis) การอักเสบของข้อส่วนปลายมักมีอาการข้ออักเสบที่บริเวณข้อใหญ่โดยเฉพาะที่ส่วนล่างของร่างกายได้แก่ ข้อเข่า ข้อเท้า ข้ออักเสบส่วนใหญ่เป็นแบบไม่สมมาตร มีเอ็นอักเสบ จุดเกาะเอ็นที่ยึดติดกับกระดูกอักเสบ (enthesitis) บางรายมีอาการและอาการแสดงนอกข้อร่วมด้วยเช่น ตาอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ลำไส้อักเสบ หรือมีผื่น เป็นต้น

กระดูกสันหลังมีการเคลื่อนไหวหลายทิศทางได้แก่ ก้ม – เงย, เอียงซ้าย – ขวา และหมุนซ้าย – ขวา ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานในชีวิตประจำวัน หลังที่ดีจำเป็นต้องมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นที่ดีตามด้วย หากหลังมีการเคลื่อนไหวลดลง หรือแข็ง เคลื่อนไหวไม่ได้ จะเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตอย่างมาก โรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดมีผลให้กระดูกสันหลังที่อักเสบเชื่อมติดกัน ทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนไหวได้ลดลง หรืออาจเคลื่อนไหวไม่ได้อย่างถาวร

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคกลุ่ม spondyloarthropathy ตามเกณฑ์การวินิจฉัยของกลุ่มการศึกษาโรคข้อและกระดูกสันหลังอักเสบยุโรป (European spondyloarthropathy study group) (ความไวร้อยละ 77 ความจำเพาะร้อยละ 89) มีลักษณะดังนี้4

1. อาการปวดหลังจากข้อกระดูกสันหลังอักเสบ หรือ

2. ข้ออักเสบ เป็นที่ข้อส่วนล่างของร่างกายและกระจายแบบไม่สมมาตร และ

3. อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

- มีประวัติในครอบครัว

- เป็นโรคผิวหนังสะเก็ดเงิน

- เป็นโรคลำไส้อักเสบ

- มีอาการปวดบริเวณก้นสลับที่ไปมา

- มีการอักเสบบริเวณจุดเกาะเอ็นที่ยึดติดกับกระดูก

ถ้าเพิ่มการอักเสบของข้อต่อกระดูกเชิงกรานร่วมด้วยจะมีความไวเพิ่มเป็นร้อยละ 86 ความจำเพาะร้อยละ 87

โรคข้ออักเสบ spondyloarthropathy ประกอบด้วย

1. โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึด (ankylosing spondylitis)

2. โรคข้ออักเสบรีแอคตีฟ (reactive arthritis) และโรคไรเตอร์ (Reiter’s syndrome)

3. โรคข้ออักเสบผิวหนังสะเก็ดเงิน (psoriatic arthritis)

4. โรคข้ออักเสบที่พบร่วมกับโรคลำไส้อักเสบ (arthritis associated with inflammatory bowel disease)

5. โรคข้อและข้อกระดูกสันหลังอักเสบที่ไม่สามารถจัดกลุ่มได้ (undifferentiated spondyloarthropathy)

เกณฑ์การวินิจฉัยโดย modified New York ตั้งแต่ปี ค.ศ.1984 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ปวดหลังส่วนล่างนานกว่า 3 เดือนโดยอาการดีขึ้นเมื่อบริหารร่างกายและปวดมากขึ้นเมื่อพัก

มีการจำกัดการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังส่วนเอวทั้งด้านหน้าและด้านข้าง

การขยายตัวของทรวงอกลดลง

ข้อต่อกระดูกเชิงกรานอักเสบทั้ง 2 ข้าง เกรด 1-2

ข้อต่อกระดูกเชิงกรานอักเสบข้างเดียวเกรด 3-4

หมายเหตุ ข้อต่อกระดูกเชิงกรานอักเสบ

เกรด 1 คือ ขอบเขตของข้อไม่ชัดเจน (loss of definition)ที่บริเวณส่วนกลางและส่วนล่างของข้อ

เกรด 2 คือ มีการสึกกร่อนของข้อ (erosion) และการหนาของกระดูกใต้กระดูกอ่อนผิวข้อ (subchondral bone sclerosis) อาจเห็นช่องข้อแคบลงได้

เกรด 3 คือ มีการสึกกร่อนของข้อและพบการหนาตัวของกระดูกใต้กระดูกอ่อนผิวข้ออย่างชัดเจนทำให้ดูเหมือนช่องข้อกว้างขึ้น (pseudo widening joint space)

เกรด 4 คือ มีการเชื่อมของข้อ (ankylosis) ร่วมกับมีหินปูนจับแคปซูลและเอ็นรอบข้อ

การจะวินิจฉัยโรค ankylosing spondylitis ได้ก็ต่อเมื่อมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งในข้อ 1-3 ร่วมกับมีการอักเสบของข้อต่อกระดูกเชิงกรานตามข้อ 4 หรือข้อ 5

การรักษาทางกายภาพบำบัดติดตามเย็นนี้นะคะ

admin
Administrator
โพสต์: 678
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ พ.ค. 22, 2020 10:04 pm

Re: รวมโรคปวดหลัง

โพสต์ โดย admin » อังคาร พ.ค. 26, 2020 3:28 pm

หมอนรองกระดูกเคลื่อน (Herniated nucleus pulposus : HNP)

เกิดจากมีการฉีกขาดของ Annulus fibrosus ทําให้ Nucleus pulposus ที่อยู่ตรงกลางเคลื่อนออกมากดเบียด เส้นประสาท (Nerve root)

โดยตําแหน่งที่มีการฉีกขาดมากที่สุด คือ บริเวณด้านข้างของหมอนรองกระดูก (Posterolateral disc herniation) เนื่องจาก Posterior longitudinal ligament (PLL) จะหนาที่สุดตรงกลางและค่อยๆ บางลงเรื่อยๆจน หายไปที่ บริเวณด้านข้างของหมอนรองกระดูก

ผู้ป่วยที่มีหมอนรองกระดูกเคลื่อน (Herniated nucleus pulposus : HNP) มักมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดหลัง ร้าวลงขา (Sciatica) ข้างใดข้างหนึ่ง

ถ้าเป็นมากขึ้นอาจมีอาการชาตาม dermatome ของเส้นประสาท (Nerve root) ที่ถูก กด หรือมีอาการอ่อนแรงของขาและ/หรือเท้า

แต่ในบางรายที่หมอนรองกระดูกที่เคลื่อนมีขนาดใหญ่อาจทําให้มีการกด เบียด Cauda equina ทําให้เกิด Cauda equina syndrome

คือ มีอาการปวดหลังร้าวลงขาทั้งสองข้างขาชาและอ่อนแรง ทั้งสองข้าง ปัสสาวะไม่ออกและท้องผูกจําเป็นต้องได้รับการผ่าตัดรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อ ป้องกันความพิการที่จะเกิด อย่างถาวร

หมอนรองกระดูกเคลื่อน (Herniated nucleus pulposus : HNP) มักพบในผู้ป่วยอายุระหว่าง 21-50 ปี เนื่องจากในผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี Annulus fibrosus ยังมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นมากสามารถป้องกันไม่ให้ Nucleus pulposus เคลื่อนออกมาได้

ส่วนในผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี Nucleus pulposus จะมีน้อยลงทําให้เคลื่อนมากดเส้นประสาทได้ โดย 90% ของผู้ป่วยจะพบมีการเคลื่อนของหมอนรองกระดูกที่ระดับ L4-5 และ L5-S1

การตรวจร่างกายจะพบว่า Straight leg raising test ให้ผลบวกวิธีตรวจโดยให้ผู้ป่วยนอนหงาย ผู้ตรวจยกขาผู้ป่วยขึ้น (Hip flexion) ในขณะที่เหยียดเข่าไว้ตลอด (Knee extension)

โดยในคนปกติจะสามารถยกขาได้90 องศาโดยไม่มีอาการปวดแปลบร้าวลงขา แต่อาจมีอาการตึงบริเวณกล้ามเนื้อได้ถ้ามีการกดเบียดเส้นประสาท (Nerve root) จากหมอนรองกระดูก จะทําให้ผู้ป่วยมีอาการปวดแปลบร้าวลงขาซึ่งเรียกว่า Straight leg raising test ให้ผลบวก

และในการ บันทึกต้องบันทึกว่าให้ผลบวกเมื่อยกขาได้กี่องศาด้วย

ท่าบริหารสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาท https://www.facebook.com/80187308989326 ... =e&sfns=mo

admin
Administrator
โพสต์: 678
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ พ.ค. 22, 2020 10:04 pm

Re: รวมโรคปวดหลัง

โพสต์ โดย admin » ศุกร์ มิ.ย. 26, 2020 8:11 pm

ปวดหลังส่วนล่างเกิดจากอะไร..🤔

โครงสร้างของหลังส่วนล่าง
💬 ก่อนที่เราจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง มาทำความรู้จักกับโครงสร้างของหลังส่วนล่างกันก่อน ว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง..

👉 กระดูกสันหลังระดับเอว (Lumber vertebrae;L1-L5) มีจำนวน 5 ชิ้น ทำหน้าที่พยุงน้ำหนักตั้งแต่ศีรษะลงมา รวมถุงการเกิดการบาดเจ็บของไขสันหลัง
👉 หมอนรองกระดูกสันหลัง (Intervertebral Disc) ทำหน้าที่เป็นหมอน”เบาะ”ที่จะช่วยลดแรงกดต่อกระดูกสันหลัง
👉 กล้ามเนื้อบริเวณหลัง (Back muscles) ช่วยให้เกิดการเคลื่อนไหวที่บริเวณหลังในทิศทางต่างๆเช่น ก้มตัว แอ่นตัว บิดตัว
👉 เส้นประสาท (Spinal Nerve) ทำหน้าที่รับความรู้สึกและควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อร่างกายส่วนล่าง
👉 เส้นเอ็น (Ligament) ช่วยให้กระดูกสันหลังให้อยู่ในที่ โดยจะเกาะอยู่รอบนนอกของกระดูกสันหลัง
.
สาเหตุของการปวดหลังส่วนล่าง🚨

1.มีความผิดปกติของโครงสร้าง
✔️ หลังคด (Scoliosis)
✔️ หลังแอ่นมากกว่าปกติ (Lumbar Hyperlordosis)
✔️ ข้อต่อกระดูกสันหลังผิดปกติ (Facet joint dysfunction)
✔️ ข้อต่อกระดูกเชิงกรานผิดปกติ (Sacroiloac joint dysfunction)

2.การบาดเจ็บของโครงสร้างหลัง (Injury) ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง
✔️ การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ (Muscle Strain)
✔️ การบาดเจ็บของเส้นเอ็น (Ligament sprain)
✔️ การเกร็งตัวอย่างกะทันหันของกล้ามเนื้อ (Muscle Spasm)

3.การเสื่อมของกระดูกและข้อต่อ (Degenerative problems)
✔️ หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม (Intervertebral disc degeneration)
✔️ กระดูกสันหลังเสื่อม (Spondylosis)
✔️ ข้ออักเสบ (Arthritis)เช่น ข้อกระดูกสันหลังอักเสบ (Spondylitis), ข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)

4.เส้นประสาท หรือรากประสาทได้รับความเสียหาย(Nerve and spinal cord Problems)
✔️ กล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาท (Sciatica / Piriformis syndrome)
✔️ โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Stenosis)
✔️ กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis)
✔️ หมอนรองกระดูกเคลื่อน (Herniated or Ruptured Disc)
✔️ การติดเชื้อ (Infection)

5. เนื้องอก(Tumors)
6. ตั้งครรภ์(Pregnancy)
7. ไตมีปัญหา (Kidney Problems)
8. รังไข่มีปัญหา (Ovary Problems)
.
ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง🚨

✔️ อายุ ส่วนมากพบอยู่ในอายุ 30-50ปี
✔️ สมรรถภาพทางกาย โดยเฉพาะในผู้ที่กล้ามเนื้อแกนกลาง ได้แก่ กล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้อหลัง และกล้ามเนื้อก้นไม่แข็งแรง
✔️ น้ำหนัก ถ้าหากมีน้ำหนักตัวมาก จะทำให้หลังต้องรับแรงจากร่างกายมากขึ้น
✔️ ลักษณะการทำงาน เช่น การยกของหนัก,การผลัก หรือดึงสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก,การบิดตัว หรือเอี้ยวตัวบ่อย,การสะพายกระเป๋าหนักๆรวมไปถึงการนั่งอยู่ในท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน
✔️ สุขภาพจิต ความเครียดและความวิตกกังวลมีผลทำให้กล้ามเนื้อเกิดความตึงได้

......................................................................................................................
......................................................................................................................

Degenerative spinal disorder: Lumbar spine

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์วีระ ชัยยะมงคล
ภาควิชาออร์โธปิดิกส์และเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Lumbar spinal stenosis

กระดูกทับเส้นประสาทที่บริเวณเอว (lumbar spinal stenosis) ถือว่าเป็นความเสื่อมของกระดูกสันหลังที่สืบเนื่องต่อมาจาก DDD และ HNP ในระยะนี้ข้อต่อใน functional spinal unit จะมีความเสื่อมเกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น intervertebral disc หรือ facet joints ความสูงของหมอนรองกระดูกที่แคบลง ภาวะ hypertrophy ของ facet joint และการหนาตัวขึ้นของ ligamentum flavum ทั้งหมดนี้เป็นพยาธิสภาพที่พบได้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการกดทับระบบประสาททั้งในส่วน central spinal canal, lateral recess และ spinal foramen (รูปภาพ 11)

รูปภาพ
รูปภาพ 11 พยาธิสภาพของการกดทับระบบประสาท

ผู้ป่วยมักไม่ค่อยมีอาการปวดหลัง แต่จะพบว่ามีช่วงการเคลื่อนไหว (range of motion; ROM) ของ lumbar spine ลดลงมาก (re-stabilization stage) ผู้ป่วยจะมีอาการ claudication กล่าวคืออาการปวดที่ขาสองข้าง ลักษณะของอาการปวดจะไม่เป็นไปตาม dermatome ข้อเปรียบเทียบระหว่างอาการ claudication และ sciatica ได้ สรุปดังตารางที่ 2 ส่วนใหญ่ผู้ป่วย spinal stenosis จะอยู่ในระยะ re-stabilization ซึ่งในระยะนี้ผู้ป่วยจะไม่ปวดหลังหรือมีอาการปวดหลังเพียงเล็กน้อย ตรวจร่างกายจะมีการลดลงของ ROM และจะมีอาการทางระบบประสาทแบบ claudication เป็นอาการหลัก แต่ในหลายครั้งผู้ป่วยจะมีความไม่มั่นคงของข้อต่อกระดูกสันหลังร่วมด้วย (instability stage)

ตารางที่ 2 แสดงข้อเปรียบเทียบระหว่างอาการ sciatica และ claudication

Sciatica Neurogenic claudication
Cause HNP Spinal stenosis
Pain character Sharp shooting pain Vague pain, tightness, discomfort
Pattern Dermatomal pattern
Usually unilateral Non-dermatomal pattern
Usually bilateral
Night symptom Usually present No
Aggravation Back flexion posture Back extension posture
Alleviation Supine position Back flexion posture, Sitting
SLRT Positive Usually negative


รูปภาพ
รูปภาพ 12 ภาพทางรังสีและ MRI ของผู้ป่วยที่เป็น degenerative spondylolisthesis

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่เป็น degenerative spondylolisthesis (รูปภาพ 12) ในภาวะปกติ lumbar facet joints ทำหน้าที่ให้ความมั่นคงต่อ functional spinal unit และรับแรงกด axial load บางส่วน ในกรณีที่ความเสื่อมเกิดมากขึ้นที่ facet joints ทำให้ bony structure ของ facets joint เปลี่ยนแปลง, articular cartilage damage, subchondral bone erosion, capsular ligament laxity, mechanoreceptor ทำงานไม่ปกติ ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยทำให้เกิด spinal instability11 โดยจะพบว่ามีการเคลื่อนของ vertebral body ไปทางด้านหน้า ตำแหน่งที่พบบ่อยว่ามีการเกิด degenerative spondylolisthesis คือ L4-L5 ซึ่งภาพทางรังสีจะพบว่าแนว posterior vertebral body line ของ L4 จะเคลื่อนไปด้านหน้าต่อ posterior vertebral body line ของ L5 (รูปภาพ 12) อาการของผู้ป่วย degenerative spondylolisthesis นอกจากจะมีอาการทางระบบประสาทเหมือนผู้ป่วย spinal stenosis มักมีอาการปวดหลังที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนท่าทางร่วมด้วย เช่น จากท่านอนเป็นท่านั่ง จากท่านั่งเป็นท่ายืน และการตรวจร่างกายมักพบว่าอาการปวดหลังจะมีมากขึ้นในท่า back extension

การส่งตรวจภาพรังสี plain film LS spine จะพบ narrow disc space, marginal osteophyte ที่ vertebral body, subchondral bone sclerosis, facet joints hypertrophy การส่งตรวจควรกระทำในท่ายืนเพราะแพทย์จะสามารถประเมิน spinal alignment ได้ และบ่อยครั้งที่ spondylolisthesis จะเห็นชัดขึ้นในท่ายืนเมื่อเทียบกับท่านอน การส่งตรวจ MRI นอกจากจะช่วยยืนยันการวินิจฉัยแล้ว จะช่วยระบุตำแหน่งที่มีการกดทับเพื่อใช้ในการวางแผนการผ่าตัดรักษา (รูปภาพ 12)

การรักษาผู้ป่วย lumbar spinal stenosis ควรเริ่มจาก conservative treatment ก่อนเช่นเดียวกับ DDD และ HNP ซึ่งประกอบด้วย physical therapy, pain medication เนื่องจากผู้ป่วย lumbar spinal stenosis มักอยู่ในระยะ re-stabilization1 จึงไม่ค่อยพบว่าผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการ acute pain เว้นแต่ผู้ป่วยอาจมีอาการปวด acute pain ที่ถูกกระตุ้นจากจากเหตุการณ์บางอย่างเช่น การบิดตัว ก้ม แอ่นหลัง หรือในผู้ป่วยที่มี spinal instability เช่น spondylolisthesis ฉะนั้นการให้ยาเพื่อลดอาการ acute pain จึงมีที่ใช้จำกัดเมื่อเทียบกับผู้ป่วย HNP ที่มาด้วยอาการ acute sciatica

นอกจากนี้ผู้ป่วย lumbar spinal stenosis มักเป็นผู้ป่วยสูงอายุ ซึ่งมีโรคร่วมหลายอย่าง เช่น cardiovascular disease, kidney disease แพทย์ผู้ให้การรักษาจำเป็นต้องคำนึงถึงข้อจำกัดและความเสี่ยงของ pain medication ที่ให้กับผู้ป่วยด้วย การฉีด epidural steroid injection จะช่วยลดอาการทางระบบประสาทของผู้ป่วยได้ แต่ผลการรักษาระยะยาวไม่มีข้อมูลชัดเจน12,13 จึงมีที่ใช้ในผู้ป่วยที่รับการรักษา conservative treatment เบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้นแต่ยังไม่ต้องการการผ่าตัด การข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด ได้แก่ ผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นจาก conservative treatment ดังกล่าวข้างต้น ผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขาอย่างรุนแรง หรือ cauda equina syndrome ในเรื่องวิธีการผ่าตัดรักษา การผ่าตัด spinal decompression alone จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหา neurological compression โดยที่ไม่มี instability แต่บ่อยครั้งมีความจำเป็นต้องทำ spinal fusion และ instrumentation ร่วมด้วยเนื่องการผ่าตัด spinal decompression ก่อให้เกิด instability หรือมีความจำเป็นในกรณีที่ผู้ป่วยมี instability จาก degenerative spondylolisthesis อยู่ก่อนแล้ว (รูปภาพ 13)


รูปภาพ
รูปภาพ 13 แสดงการผ่าตัด spinal decompression และ spinal fusion ด้วยวิธี minimal invasive surgery (MIS)
.

admin
Administrator
โพสต์: 678
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ พ.ค. 22, 2020 10:04 pm

Re: รวมโรคปวดหลัง

โพสต์ โดย admin » จันทร์ ก.ค. 13, 2020 10:37 am

ท่าบริหารแก้อาการปวดหลัง เน้นกล้ามเนื้อแกนกลาง

youtu.be/VUnSGetDR20
https://www.youtube.com/watch?v=VUnSGetDR20

Back Pain Relief Exercises - Home Workout for Back Strengthening

youtu.be/_TWU4zF80w8
https://www.youtube.com/watch?v=_TWU4zF80w8

23 Isometric Core Exercises

youtu.be/R6n7tHiSlzY
https://www.youtube.com/watch?v=R6n7tHiSlzY

20 Intense Abs Exercises

youtu.be/krlBcLYtDbk
https://www.youtube.com/watch?v=krlBcLYtDbk

At Home Core Workout | Clutch Life: Ashley Conrad's 24/7 Fitness Trainer

youtu.be/dJlFmxiL11s
https://www.youtube.com/watch?v=dJlFmxiL11s

เน้นการยืด
https://www.facebook.com/80187308989326 ... 19993/?t=6

siri
โพสต์: 1524
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

Re: รวมโรคปวดหลัง

โพสต์ โดย siri » ศุกร์ ต.ค. 23, 2020 1:36 am

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นได้ก็หายได้ : บำบัดง่าย ๆ ด้วยกายภาพ (21 ต.ค. 63)

youtu.be/US-pg-QO6UA
https://www.youtube.com/watch?v=US-pg-QO6UA
https://program.thaipbs.or.th/watch/ELsbBJ

[คลิป 171] ทำไมห้ามก้มหลัง ห้ามก้มคอ ในคนเป็นหมอนรองทับเส้นประสาท?

youtu.be/K2rOtF7xE5s
https://www.youtube.com/watch?v=K2rOtF7xE5s

ตรวจเช็กอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท : ปรับก่อนป่วย (24 เม.ย.62)

youtu.be/k3ZDnceGF60
https://www.youtube.com/watch?v=k3ZDnceGF60

[คลิป 30] 5 เทคนิค ตรวจโรคหมอนรองกระดูกทับเส้น แบบฉบับทำเอง

youtu.be/D6GiQbkFPSs
https://www.youtube.com/watch?v=D6GiQbkFPSs

[คลิป 7] 9 วิธีลดปวดหลังด้วยตนเอง จากโรคหมอนรองกระดูกทับเส้น

youtu.be/mQE9aQU53q0
https://www.youtube.com/watch?v=mQE9aQU53q0

วิธีแก้อาการปวดหลังล่าง/เอวแบบเฉียบพลัน หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

youtu.be/-dFX_JOW1z8
https://www.youtube.com/watch?v=-dFX_JOW1z8

หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทกับท่านอนที่ถูกต้อง

youtu.be/tHFJY5bPfW0
https://www.youtube.com/watch?v=tHFJY5bPfW0

ท่านอนสำหรับคนปวดหลัง หมอนรองกระดูกทับเส้น ปวดเอว กล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาท

youtu.be/O2lhva5Ami4
https://www.youtube.com/watch?v=O2lhva5Ami4

[คลิป 28] 3 ท่านอน เพื่อลดอาการปวดหลังจากโรคต่างๆ
https://www.youtube.com/watch?v=nmvWOrBkFn8

youtu.be/nmvWOrBkFn8

[คลิป 81] ท่าลุกขึ้นจากเตียง สำหรับคนเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้น..ที่หลังส่วนล่าง

youtu.be/_9iPw5tu4HQ
https://www.youtube.com/watch?v=_9iPw5tu4HQ

[คลิป 148] 3 ท่า แก้หมอนรองทับเส้นหลัง ในที่ทำงาน

youtu.be/u2W8BnxLqmg
https://www.youtube.com/watch?v=u2W8BnxLqmg

[คลิป 151] 10 ข้อควรรู้ คนเป็นหมอนรองทับเส้นที่หลัง

youtu.be/lP1aIzvrOmU
https://www.youtube.com/watch?v=lP1aIzvrOmU

siri
โพสต์: 1524
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

Re: รวมโรคปวดหลัง

โพสต์ โดย siri » ศุกร์ ต.ค. 23, 2020 1:50 am

สอนออกกำลังกายแก้ปวดสะโพกร้าวลงขา กล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาท Piriformis Syndrome

youtu.be/5hNm1kUv7Y4
https://www.youtube.com/watch?v=5hNm1kUv7Y4

ป้องกันกล้ามเนื้อสะโพกกดทับเส้นประสาทขา : บำบัดง่าย ๆ ด้วยกายภาพ (20 ก.ค. 63)

youtu.be/_GFV8fguPKI
https://www.youtube.com/watch?v=_GFV8fguPKI

แก้ปวดสลักเพชร และปลายเท้าชา : ปรับก่อนป่วย (3 เม.ย. 62)

youtu.be/BmJsahuLtLY
https://www.youtube.com/watch?v=BmJsahuLtLY

รักษาโรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาทด้วยท่าบริหารง่ายๆ

youtu.be/1dppfpuezkw
https://www.youtube.com/watch?v=1dppfpuezkw

[คลิป 20] 5 วิธีรักษา โรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (piriformis syndrome) Part 1

youtu.be/wEeZaC99PhQ
https://www.youtube.com/watch?v=wEeZaC99PhQ

[คลิป 21] 5 เทคนิค รักษาโรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท Part 2

youtu.be/H2L4qz_aoYg
https://www.youtube.com/watch?v=H2L4qz_aoYg

siri
โพสต์: 1524
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

Re: รวมโรคปวดหลัง

โพสต์ โดย siri » ศุกร์ ธ.ค. 11, 2020 10:54 pm

ปวดหลังส่วนล่างจากงาน จัดการอย่างไร?

http://www.pt.mahidol.ac.th/knowledge/? ... dbB_PrOqE0

อาการปวดหลังส่วนล่าง เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยร้อยละ 70-90 จะมีอาการปวดหลังส่วนล่างอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต (1) ประมาณร้อยละ 85 ของกลุ่มผู้ป่วยที่เคยมีอาการปวดหลังส่วนล่าง และเคยได้รับการรักษามาก่อนมักกลับมาเป็นซ้ำอีกจนเป็นอาการปวดเรื้อรัง ซึ่งคนทุกเพศทุกวัยสามารถเกิดปัญหาปวดหลังได้ทั้งหมด

อาการปวดหลังส่วนล่าง เป็นอาการปวดบริเวณหลังส่วนเอว บางครั้งมีอาการปวดบริเวณสะโพกหรือก้นร่วมด้วย สาเหตุหลัก ๆ อาจเกิดจากการบาดเจ็บเนื้อเยื่อบริเวณขอบล่างของซี่โครงถึงกระเบนเหน็บ (2) เช่น กล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ หมอนรองกระดูกสันหลัง และข้อต่อกระดูกสันหลัง อาการปวดอาจลามไปที่สะโพก ต้นขาด้านหลังและน่องได้

อาการปวดหลังส่วนล่างแบ่งเป็น 3 กลุ่ม (3) คือ

อาการปวดแบบเฉียบพลันที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน หรืออาการปวดต่อเนื่องน้อยกว่า 4 สัปดาห์
อาการปวดหลังกึ่งเฉียบพลัน หรืออาการปวดต่อเนื่องมากกว่า 4 สัปดาห์แต่ไม่เกิน 3 เดือน
อาการปวดเรื้อรัง หรืออาการปวดต่อเนื่องมากกว่า 3 เดือน
อาการปวดหลังส่วนล่างแบบเฉียบพลันหรือกึ่งเฉียบพลันมักสัมพันธ์กับการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อโดยตรง เช่น การถูกกระแทก หรือบิดตัวผิดจังหวะ แต่อาการปวดหลังส่วนล่างแบบเรื้อรังนั้นอาจจะไม่สัมพันธ์กับการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและอาจเกิดจากปัจจัยร่วมอื่น ๆ เช่น ภาวะความผิดปกติของอวัยวะภายใน ภาวะความผิดปกติทางจิตใจ ความเครียด ความกังวล ภาวะซึมเศร้า เป็นต้น

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง

อาการปวดหลังส่วนล่าง เกิดจากการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ความมั่นคงของแกนกลางลำตัวที่ลดลง ท่าทางในการทำงานที่ไม่ถูกต้องและภาวะน้ำหนักเกิน ส่งผลทำให้เกิดความตึงหรือการอักเสบของกล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ เยื่อหุ้มข้อต่อ ปัญหาการเคลื่อนของกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกสันหลัง และอาจไปกดทับเส้นประสาท เราอาจจำแนกสาเหตุของโรคปวดหลังส่วนล่าง ดังนี้

– ท่าทางในการทำงานที่ไม่ถูกต้อง เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงาน นักกีฬา เนื่องจากใช้งานอยู่ในลักษณะเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน

– อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บบริเวณหลัง เช่น หกล้ม ยกของผิดท่า อุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา

– ความผิดปกติของกระดูกสันหลัง เช่น ภาวะเสื่อมของข้อต่อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกสันหลัง ปัญหาข้อต่อกระดูกสันหลังอักเสบ กระดูกสันหลังคด

– สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้ปวดร้าวมาบริเวณหลังและไม่สัมพันธ์กับกิจกรรมการทำงาน ได้แก่ ตั้งครรภ์ โรคอ้วน โรคไต โรคเกี่ยวกับรังไข่และมดลูก โรคที่เกี่ยวกับต่อมลูกหมาก การกระจายของมะเร็งมาที่บริเวณกระดูกสันหลัง หรือปัญหาภาวะทางจิตใจ เช่น ความเครียด ความกังวล ภาวะซึมเศร้า

ลักษณะงานที่เสี่ยงทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่าง (4)

– ลักษณะงานประเภทแบกหาม ยกของหนัก ยกของที่อยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม

– ลักษณะงานที่ก้มหรือบิดเอวเป็นประจำ เช่น คนดูแลผู้ป่วย พยาบาล

– ลักษณะงานที่ต้องอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งติดต่อกันเป็นเวลานานและอยู่ในท่าที่ไม่ถูกต้อง เช่น นั่งทำงานกับพื้น ทำงานนั่งโต๊ะ ขับรถ ยืน-เดินเป็นเวลานาน

สัญญาณอันตรายของอาการปวดหลัง

เมื่อมีอาการปวดหลังร่วมกับอาการต่อไปนี้ ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด

อาการปวดเฉียบพลันที่ไม่ทุเลาลงเมื่อได้พักนานกว่า 2 สัปดาห์ หรือมีอาการปวดรุนแรงจนเคลื่อนไหวร่างกายลำบาก หรือไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
อาการปวดหลังที่เป็นเรื้อรังติดต่อกันนานเกินกว่า 3 เดือน
มีอาการชาหรืออ่อนแรงของขา มีอาการชาบริเวณรอบทวารหนักและอวัยวะเพศ
มีอาการปวดร้าวจากหลังลงไปที่สะโพก ขาหรือเท้า
มีอาการปวดหลังภายหลังได้รับอุบัติเหตุ
มีอาการอื่น ๆ ร่วม เช่น มีไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปัสสาวะแสบขัด มีสีขุ่น กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ค่อยได้ มีอาการปวดตลอดเวลาและไม่สัมพันธ์กับกิจกรรม
วิธีการป้องกันอาการปวดหลังส่วนล่าง

ปรับท่าทางการทำงานให้ถูกต้องและเหมาะสม และหลีกเลี่ยงการอยู่ท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน
– ท่าทางการยกของ: ขณะยกของจากพื้น ค่อย ๆ ย่อเข่า หลังตรง ห้ามก้มตัว ใช้กำลังข้อเข่ายืนขึ้นโดยให้ของอยู่ชิดกับลำตัวมากที่สุด ไม่บิดหรือเอี้ยวตัวขณะยกของหนักและหลีกเลี่ยงการหยิบ-ยกสิ่งของที่อยู่สูงเหนือศีรษะมาก ๆ

รูปภาพ

– ท่าทางการยืน: ขณะยืนทิ้งน้ำหนักตัวบนขาสองข้างสลับกับขาข้างหนึ่งวางบนที่พักขา หรือยืนพักขาสักครู่หนึ่ง ไม่สวมรองเท้าส้นสูงมาก ๆ เมื่อต้องยืนหรือเดินนาน ๆ ไม่ยืนในท่าเดิมติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง เช่น ก้มตัว แอ่นตัว บิดลำตัว

รูปภาพ

– ท่าทางการนั่ง: นั่งเก้าอี้สูงพอดีที่เท้าทั้งสองแตะพื้น เก้าอี้ควรมีพนักให้หลังพิงได้เต็มส่วน ส่วนของพนักพิงหลังควรโค้งนูนเล็กน้อย เพื่อรองรับกับส่วนเว้าของเอว หากไม่มี ให้เสริมด้วยหมอนใบเล็กวางรองรับบริเวณหลังส่วนล่าง หลีกเลี่ยงการนั่งไม่เต็มก้น นั่งไขว่ห้าง หรือนั่งหลังค่อม ไม่นั่งในท่าเดิมติดต่อกันนานเกิน 40-45 นาที (5,6) ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง เช่น ก้มตัว แอ่นตัว บิดลำตัว

รูปภาพ

หมั่นยืดกล้ามเนื้อหลังเพื่อช่วยลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อหลัง ร่วมกับออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและความมั่นคงของหลัง เนื่องจากกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวเป็นโครงสร้างสำคัญในการกระจายแรงให้ร่างกายในการทำงานในลักษณะต่าง ๆ หากกล้ามเนื้อแกนกลางมีความมั่นคงจะทำให้การทำงานของรยางค์แขนและขาดีขึ้น นิ่งขึ้น แม่นยำขึ้น มีความมั่นคงในการทรงท่าขณะทำท่าทางต่าง ๆ ลดอาการบาดเจ็บ และสามารถทรงท่าในท่าทางที่ถูกต้อง (7) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันอาการปวดหลัง
ท่ายืดกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง

– นั่งบนเก้าอี้ หลังพิงพนัก งอเข่าขวาพาดบนเข่าซ้าย ก้มตัวลงจนรู้สึกตึงบริเวณหลังและสะโพกด้านหลัง ค้างไว้ 10 วินาทีแล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง/รอบ แล้วสลับข้าง 3 รอบ/วัน

รูปภาพ

– ยืนตัวตรง กางขาออกเล็กน้อยประมาณช่วงไหล่ เอามือวางที่เอว แล้วแอ่นตัวไปด้านหลังให้รู้สึกตึง ค้างไว้ 10 วินาที แล้วกลับมายืนตัวตรง ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง/รอบ 3 รอบ/วัน

รูปภาพ

– นั่งเก้าอี้ หันข้างลำตัวด้านขวาเข้าหาพนักพิง เอามือซ้ายจับพนักพิง ยกแขนขวาขึ้นเหนือศีรษะร่วมกับเอียงตัวไปทางซ้ายจนรู้สึกตึงบริเวณข้างลำตัวด้านขวา ค้างไว้ 10 วินาที แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง/รอบ แล้วสลับข้าง 3 รอบ/วัน

รูปภาพ

ท่าเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและความมั่นคงของหลัง

– นอนหงาย ศีรษะไม่หนุนหมอน ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้น เกร็งกล้ามเนื้อก้น ยกสะโพกและลำตัวขึ้น จนลำตัวมีลักษณะเป็นเส้นตรง (อย่ายกให้ลำตัวเกิดลักษณะแอ่นมากจนเกินไป) ค้างไว้นับ 1-10 แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง/รอบ อย่างน้อย 5 รอบ/วัน

รูปภาพ

– นอนหงาย งอเข่าพอประมาณ เท้า 2 ข้างวางราบแนบชิดกับพื้น หายใจเข้าทางจมูกให้ท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบพร้อมกับเกร็งหน้าท้อง เกร็งกล้ามเนื้อก้น กดหลังติดพื้น โดยเกร็งหน้าท้องค้างไว้ไม่ให้หลุดร่วมกับหายใจเข้า-ออกประมาณ 3-4 รอบ แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น เมื่อฝึกจนเกิดความชำนาญแล้วอาจเพิ่มจำนวนรอบการหายใจขณะเกร็งหน้าท้องมากขึ้นหรือฝึกเกร็งหน้าท้องขณะทำกิจกรรมต่าง เช่น ขณะยกของ ยืนหรือนั่งทำงาน

รูปภาพ

วิธีการดูแลตนเองเมื่อมีอาการปวดหลัง
1. ถ้ามีอาการปวดหลังแบบเฉียบพลันหรือภายหลังได้รับอุบัติเหตุ มักมีการอักเสบร่วมด้วย ควรพักจากกิจกรรมที่ทำให้ปวดหลัง ควรใช้แผ่นเย็นประคบตรงบริเวณที่มีอาการประมาณ 20 – 30 นาที/ครั้ง 2 – 3 ครั้ง/วัน หากมีอาการปวดมากอาจรับประทานยาแก้ปวดร่วมด้วย ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 5-7 วัน ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด

2. ถ้ามีอาการปวดหลังแบบเรื้อรัง มักไม่มีการอักเสบร่วมด้วย ควรใช้แผ่นร้อนประคบตรงบริเวณที่มีอาการประมาณ 20 – 30 นาที/ครั้ง 2 – 3 ครั้ง/วัน ร่วมกับการยืดกล้ามเนื้อ ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและฝึกความมั่นคงของหลังเป็นประจำ และควรเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างการทำงานบ่อย ๆ อย่างไรก็ตามการปวดหลังเรื้อรังมากกว่า 3 เดือนควรได้รับวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์และนักกายภาพบำบัดร่วมด้วย

เรียบเรียงโดย กภ. ลดาวรรณ เติมวรกุล

เอกสารอ้างอิง

Waddell G. A new clinical model for the treatment of low back pain. Spine. 1987;12(7):632-44.
Vadalà G, Russo F, De Salvatore S, Cortina G, Albo E, Papalia R et al. Physical activity for the treatment of chronic low back pain in elderly patients: A systematic review. J Clin Med. 2020;9(4):1023.
Qaseem A, Wilt TJ, McLean RM, Forciea MA. Noninvasive treatments for acute, subacute, and chronic low back pain: A clinical practice guideline from the American College of Physicians. Ann Intern Med. 2017;166(7):514-30.
Deyo RA, Weinstein JN. Low back pain. N Engl J Med. 2001;344:363-70
Agarwal S, Steinmaus C, Harris-Adamson C. Sit-stand workstations and impact on low back discomfort: A systematic review and meta-analysis. Ergonomics. 2018;61(4):538- 52.
Peter V, Ineke K, Ben J, Monique B. Varying the office work posture between standing, half-standing and sitting results in less discomfort. In: Ben-Tzion K, editor. International conference. EHAWC 2009: ergonomics and health aspects of work with computers;2009 July 19-24; San Diego, USA. Berlin: Springer; 2009. p.115-20.
Paungmali A, Joseph LH, Sitilertpisan P, Pirunsan U, Uthaikhup S. Lumbopelvic core stabilization exercise and pain modulation among individuals with chronic nonspecific low back pain. Pain Pract. 2017;17(8):1008-14.

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “การแพทย์และสุขศึกษา (โรคภัย, การป้องกัน การรักษาและฟื้นฟูสุขภาพ, เทคโนโลยีทางการแพทย์)”