คำนำ มังงะคลาสสิก 2/2 นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ตอบกลับโพส
siri
โพสต์: 1045
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 25, 2020 9:57 am

คำนำ มังงะคลาสสิก 2/2 นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

โพสต์ โดย siri » ศุกร์ ต.ค. 23, 2020 1:36 pm

คำนำ มังงะคลาสสิก 2/2

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ใครคือนักเขียนการ์ตูนในดวงใจและการ์ตูนเรื่องโปรด
ถามยาก เพราะชอบเยอะ เอาเป็นว่านักเขียนคนไหนที่เห็นผลงานของเขาแล้วก็ซื้อเลยแล้วกันนะครับ ไม่ต้องดูชื่อเรื่อง ไม่ต้องรู้เรื่องย่อ เห็นแค่ลายเส้นยังไง ๆ ก็ต้องซื้อเก็บไว้ก่อน คนแรกก็เท็ตซึกะ โอซามุ ช่วงนี้วิบูลย์กิจกำลังทยอยพิมพ์งานคลาสสิกของท่านออกมาเรื่อย ๆ นอกจากโอซามุ ก็อากิรา โทริยามา พอแค่นี้ก่อนนะครับ สำหรับหนังการ์ตูนญี่ปุ่นแน่นอนว่า ถ้าเป็นผลงานของฮายาโอะ มิยาซากิ เจ้าของอย่าง Princess Mononoke และ Spirited Away ถ้าเห็นดีวีดีเรื่องไหนของเขาก็ให้ซื้อดูได้เลยครับ รับประกันได้ทั้งความงดงาม ความน่ารัก และความสนุก ยังไงๆ ก็ต้องย้ำว่าวอลท์ ดิสนีย์ก็เป็นศิลปินในดวงใจด้วยครับ
สำหรับการ์ตูนในดวงใจ ก็น่าจะเป็นประเภทอ่านแล้วอ่านอีกหรือดูแล้วดูอีกไม่รู้จักเบื่อนะครับ ที่อ่านแล้วอ่านอีกก็คือด็อกเตอร์สลัมป์และดรากอนบอล ผลงานของอากิรา โทริยาม่าทั้งคู่ครับ เรื่องแรกนั้นอ่านเอาสนุก ยังยืนยันว่าเป็นการ์ตูนที่บ้าที่สุดจริง ๆ อ่านซ้ำก็ยังเผลอกิ๊ก ๆ หลุดออกมาทั้ง ๆ ที่ จำมุขได้แล้ว ส่วนดรากอนบอลนั้น ผมถือว่าเป็นการ์ตูนผดุงคุณธรรมครับ ซุนโกคูนั้นเป็นบุคคลในอุดมคติ ซื่อสัตย์ กล้าหาญ อดทน ที่สำคัญคือ ทุบไม่ล้ม ทุบลงไปกองทีไรก็ลุกขึ้นใหม่ได้ทุกที น่าจะเทียบชั้นได้กับหน้ากากเสือในอดีต ส่วนประเภทดูแล้วดูอีกไม่มีเบื่อคือ Prince of Egypt ของดรีมเวิร์กส์ คงเป็นเพราะผมชอบเรื่องราวของบัญญัติสิบประการอยู่ก่อนแล้ว พอมาพบการ์ตูนจริงจังและเพลงประกอบไพเราะขนาดนี้ก็หลงใหล อีกเรื่องที่กำลังหลงรักหัวปักหัวปำคือ Princess Mononoke เรื่องนี้สนุกเหลือเชื่อจริง ๆ นะ อยากให้ทุกคนได้ดู อยากให้ฉายในโรงหนังให้หลาย ๆ คนได้ดูด้วยกัน

นอกจากเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการ์ตูนแล้วคุณสนใจศิลปะที่เกี่ยวข้องกับจินตนาการด้านไหนบ้าง
แก้ตัวเรื่องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการ์ตูนได้มั้ยครับ ผมไม่คิดว่าตัวเองเชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงอยู่นั่นกลุ่มคนที่ผลักดันการ์ตูนไทยให้ยืนหยัดได้มั่นคง หากนักเขียนการ์ตูนไทยได้คนช่วยอัดฉีดกันจริง ๆ สักที ทั้งหนังสือการ์ตูนหรือแอนิเมชั่นน่าจะไปได้เร็ว ศิลปะอื่นที่ผมสนใจก็เรื่องวาดรูปกับถ่ายรูปครับ

คุณมีพล็อตเรื่องการ์ตูนที่อยากเขียนเองบ้างไหม
ถ้าผมมีปัญญาเขียนก็จะเขียนการ์ตูนแนวต่อสู้ครับ ชอบอ่านอะไรก็เขียนอันนั้น โดยรวม ๆ ผมคิดว่าการ์ตูนแนวต่อสู้สนุกสุด เติมจินตนาการได้มาก ที่สำคัญคือจริยธรรมมั่นคง การ์ตูนแนวต่อสู้มักลงเอยที่ “ธรรมย่อมชนะอธรรม” หรือ “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่สังคมควรมีนะครับ ลองนึกภาพสังคมที่เด็กและเยาวชนเชื่อว่าทำดีได้ไม่ดี ทำชั่วถึงจะได้ดีดูสิครับ คิดว่าเด็กเหล่านี้จะเป็นอย่างไร
เด็กและเยาวชนหลายคนอาจจะเชื่อว่าการทำตามกฎหมายเป็นเรื่องซื่อบื้อ พวกเขาคิดว่าใคร ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกผู้ใหญ่ล้วนทำผิดกฎหมายทุกคน เพียงแต่ไม่ถูกจับก็เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นพวกเขาพร้อมที่จะทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องธรรมดา อย่าให้ถูกจับเท่านั้นเอง

ในการเขียนวิจารณ์การ์ตูน ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง
ไม่รู้ครับ เอาเป็นว่าผมเขียนถึงการ์ตูนสักเรื่อง ผมมักคิดก่อนว่าผมได้ประโยชน์อะไรจากการอ่านหรือดูการ์ตูนเรื่องนั้นแล้วก็พยายามแบ่งปันสิ่งที่เราได้ให้คนอื่นบ้าง ตอนที่เริ่มเขียนหนังสือใหม่ ๆ นั้น ผมกังวลเรื่องเด็ก ๆ อ่านการ์ตูนเยอะไป แล้วก็ละเลยหนังสือดี ๆ จำนวนมากในโลก แต่เพราะยอมรับว่า ยังไง ๆ พวกเด็ก ๆ เขาก็อ่านการ์ตูนโดยเฉพาะการ์ตูนญี่ปุ่นก็เยอะเละเทะไปแล้ว ก็ไม่ควรปฏิเสธความจริง ผมก็เลยค้นหาประโยชน์ของการ์ตูนขึ้นมาคุยกัน คิดแค่นี้จริง ๆ หลายคนนึกว่าผมอ่านการ์ตูนมากหรืออ่านตลอดเวลา ซึ่งไม่เป็นความจริง ผมอ่านหนังสืออย่างอื่นมากกว่า อ่านวรรณคดีมากที่สุด แต่ก็อย่างว่า อ่านหนังสืออื่น ๆ ก็ไม่รู้จะไปคุยกับใคร อ่านการ์ตูนหาคนคุยด้วยง่ายกว่าเยอะ ยิ่งมีใครมาตำหนิการ์ตูนก็ยิ่งต้องอ่านให้แน่ใจว่าคนที่ตำหนิการ์ตูนได้อ่านการ์ตูนจริงหรือเปล่า แล้วก็พบว่าส่วนใหญ่มักไม่อ่าน แต่ตำหนิไปก่อน อันนี้ก็คิดว่าไม่ถูก ไม่ได้อ่านก็รีบตำหนิ มิหนำซ้ำยังไปตำหนิของรักของหวงของเด็ก ๆ และเยาวชนยิ่งไม่ถูก ยังไง ๆ ก็ควรเฮโลไปกับพวกเด็ก ๆ และเยาวชนก่อน ดีไม่ดีจะได้ค่อย ๆ คุยกัน มีเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าผู้ใหญ่มักไม่รู้ นั่นคือการ์ตูนญี่ปุ่นแต่ละเรื่องมีแฟนนานุแฟนและสาวกเพียบ ถ้าคุณออกมาอัดการ์ตูนญี่ปุ่นสักเรื่อง คุณจะถูกถล่มทุกที เรื่องนี้ตรงไปตรงมาครับ ไปว่าเพื่อนเขา เขาก็ต้องปกป้อง แต่จริง ๆ แล้ว การ์ตูนญี่ปุ่นแต่ละเรื่องก็มีข้อดีอยู่ จริง ๆ ก็น่าจะเอาข้อดีมาคุยกันก่อน

นักวิจารณ์การ์ตูนต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
อ่านให้มาก อ่านการ์ตูนมากแต่ต้องอ่านหนังสืออื่นมากกว่า ผมไม่มีคำแนะนำทางวิชาการที่ชัดเจน แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่าตลาดการ์ตูนนั้นใหญ่โตมาก แล้วทำไมมีคนวิจารณ์น้อยจัง ไม่ต้องเป็นนักวิจารณ์ก็ได้ เอาแค่เขียนแนะนำก็ยังน้อย เทียบกับวงการหนังหรือดนตรี นักวิจารณ์น้อยแต่ก็ยังมีพอสมควร แต่คนเขียนแนะนำมีมากกว่ามาก ซึ่งผมคิดว่าคนเขียนแนะนำก็สำคัญ ภายใต้เวลาที่จำกัดและมีอะไรต่อมิอะไรให้เลือกเสพเลือกดูมากมาย เราก็อยากได้คำแนะนำว่าน่าจะเสียเวลาไปดูหนังเรืองอะไร หรือเสียเงินไปซื้อการ์ตูนเรื่องอะไรมาอ่าน ไม่ต้องวิจารณ์ก็ได้ แค่แนะนำก็เอา ไม่งั้นสี่ยงเสียเงินเสียเวลาเหมือนกัน

วิธีเขียนการ์ตูนให้มีชั้นเชิงและมีคุณค่า
เขียนแบบที่การ์ตูนญี่ปุ่นเขียนครับ คือไม่รู้อนาคต แล้วก็จริงจังกับชีวิต ไม่รู้อนาคต หมายถึงไม่มีใครรู้ว่าเรื่องจะไปยังไงต่อเผลอ ๆ คนเขียนยังไม่รู้เลย นักเขียนญี่ปุ่นหลายคนก็ยอมรับว่าตอนเริ่มเขียนเขายังไม่รู้ตอนจบเลย ชีวิตจะพาเขาไปเอง พระเอก นางเอก ผู้ร้าย ตัวประกอบให้มีทั้งส่วนดีส่วนชั่ว กำหนดบุคลิกแต่ละคน ให้ชัดแล้วยึดไว้ให้มั่น ถ้าทำได้ คนอ่านจะชัดเจนว่าใครมีลักษณะนิสัยอย่างไร ก็จะผูกพันกับตัวละครได้เร็วแล้วก็แน่นแฟ้น จบเล่ม จบตอน ก็คิดถึงว่าเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป วางเล่มใหม่ก็อยากอ่านอีก จะเข้าใจมากขึ้นถ้า นึกถึงการ์ตูนดิสนีย์ครับ เรารู้แต่ต้นว่าใครดีใครร้ายและรู้แต่ต้นว่าจะจบอย่างไรทุกครั้งไป ถ้าจะทำกันแบบนี้ ก็ต้องอาศัยภาพสวยเพลงเพราะเข้าว่า ซึ่งก็ต้องย้ำนะครับว่า ดิสนีย์เขาทำสำเร็จ เรื่องภาพสวยและเพลงเพราะ จริง ๆ

นอกจากเรื่องความบันเทิงแล้วการ์ตูนยังให้ประโยชน์อะไรบ้างในระดับโครงสร้าง
การ์ตูนเหมือนศิลปะภาพยนตร์ เป็นท่อระบายน้ำ ใช้ระบายความเครียด ความอึดอัดอย่างที่หนังส่วนใหญ่ทำ แล้วก็เป็นจินตนาการร่วมของผู้คนในสังคมด้วย ลองนึกภาพตัวการ์ตูนผู้หญิงในการ์ตูนญี่ปุ่น ตาโตปิ๊ง ๆๆๆ ผมบลอนด์ หน้าแหลม ขาวยาวเรียว เหมือนสาวญี่ปุ่นในข่าวต่างประเทศเสียที่ไหน อีกตัวอย่างคือ ตัวการ์ตูนผู้ชายหน้าสวยในการ์ตูนญี่ปุ่น จะดูเหมือนเด็กชายน่าทะนุถนอมเอาไว้ในอ้อมกอด อันนี้ก็จะช่วยให้นักอ่านหญิงสบายอกสบายใจและมีความสุขมาก เพราะผู้ชายหน้าสวยที่เรียกว่า Beautiful Boy เหล่านี้ไม่ใช่คู่แข่งของพวกเธอ มิหนำซ้ำยังต้องพึ่งพิงความอบอุ่นของพวกเธอด้วยซ้ำ การที่ผู้คนในสังคมสามารถจินตนาการได้โดยอิสระ ย่อมทำให้สังคมรักษาตัวเองในสมดุลได้ โดยไม่ตึงเครียดกันเกินไป ก้าวร้าวมากนัก ก็ปลดปล่อยไปในการ์ตูนบ้าง หมกมุ่นทางเพศมากก็ระบายกับการ์ตูนได้

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นที่ผู้ปกครองเป็นห่วงกันมากเรื่องการซึมซับตัวอย่างที่ไม่ดีจากการ์ตูน
เป็นได้ครับ ถ้าพ่อแม่ไม่เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นไปไม่ได้ครับถ้าพ่อแม่มีเวลาใกล้ชิดกับลูก ทฤษฎีเรื่องนี้ง่ายมาก พ่อแม่เป็นเสาหลักของลูก ๆ สำหรับการเลียนแบบอยู่แล้ว เลียนแบบทั้งบุคลิกภาพ ลักษณะท่าทาง ลักษณะนิสัย รวมทั้งศีลธรรมจรรยา ลูก ๆ จะใช้พ่อแม่เป็นต้นแบบก่อนเสมอ ที่เหลือจึงจะยึดดารา นักร้อง นักกีฬา คุณครู เพื่อนหรือตัวละครในหนังเป็นต้นแบบทั้งหมดนี้รวมกันเป็นบุคลิกภาพของเขาเอง ต้องคิดยังงี้ครับ เด็ก ๆ จำเป็นต้องเลียนแบบใครต่อใครในสิ่งแวดล้อม เขาจึงจะกำหนดตัวเของเขาเองได้ เป็นบุคคลอิสระที่เป็นตัวของตัวเอง การเลียนแบบหรือซึมซับอะไรที่ดีหรือไม่ดีจากการ์ตูนจึงเป็นเรื่องที่ปกติและจำเป็นแต่ทั้งหมดนั้นจะถูกนำไปรวมกับอะไรต่ออะไรที่เขาจะได้รับจากพ่อแม่ด้วย ผสมกันให้ได้เป็นบุคลิกของเขาเอง ถ้าพ่อแม่อยู่ใกล้ชิดก็ไม่มีอะไรต้องห่วง แต่ถ้าพ่อแม่ปล่อยปละละเลยจึงน่าห่วงละครโทรทัศน์ที่แย่กว่าการ์ตูนญี่ปุ่นมีเยอะและน่าห่วงกว่าการ์ตูนเยอะครับ
วาทกรรมที่ฝังลงไปแล้วในสังคมคือ “การ์ตูนญี่ปุ่นไม่ดี” ซึ่งไม่จริง ผมคิดว่าการ์ตูนญี่ปุ่นดี มีสาระมากมายในการ์ตูนญี่ปุ่นที่รอนักวิจารณ์เก่ง ๆ ขุดออกมาอธิบายให้เราฟัง ผมรู้ตัวว่าไม่เก่งพอ อยากให้การวิจารณ์การ์ตูนดุเดือดและลงลึกให้มาก ๆ ครับ เชื่อว่ามีอะไรน่าสนใจมากกว่าหนังฮอลลีวู้ดเยอะ
หากเด็กถูกผู้ปกครองห้ามอ่านการ์ตูน เพราะมองว่าเป็นกิจกรรมที่ไร้สาระ คุณจะบอกผู้ปกครองนั้นว่าอย่างไร
ก่อนอื่นผมเป็นพวกผู้ปกครองนะครับ คือเห็นด้วยว่าเด็กอ่านการ์ตูนมากเกินไป เสียเวลาอ่านหนังสือดี ๆ อย่างอื่น แต่การ์ตูนก็เป็นเพื่อนของเขา รักเขาก็ต้องรักเพื่อนของเขาด้วย ด่าเพื่อนเขามีเรื่อง เพราะฉะนั้นผมคงแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่งดการต่อว่าตรง ๆ ถ้าอยากให้เขาอ่านอย่างอื่น ตนเองก็ต้องอ่านเป็นแบบอย่าง ถ้าในบ้านไม่ค่อยมีกิจกรรมทำร่วมกัน เขามีเวลาส่วนตัวมากจนอ่านการ์ตูนได้เกือบตลอดเวลา ก็ควรปรับกิจกรรมในบ้าน ขอให้คิดแบบนี้ครับ การ์ตูนกำลังทำหน้าที่เป็นเสาเข็มค้ำจุนบ้านหลังหนึ่งก็คือตัวเขาเอง เราจะทุบเสาเข็มนี้ทิ้งตรง ๆ โดยไม่หาอะไรอย่างอื่นมาทดแทนนั้นเป็นไปไม่ได้ หากทำได้ก็พังอยู่ดี การปรับพฤติกรรมใด ๆ ล้วนต้องมีการวางแผนและการทดแทนทั้งนั้นครับ ไม่จำเพาะเรื่องการอ่านการ์ตูนอย่างเดียว

ปัญหาของแวดวงการ์ตูนไทยในปัจจุบันคืออะไร
ความเห็นส่วนตัวนะ นอกจากเรื่องนักเขียนไทยยังไม่ได้รับการสนับสนุนแล้ว ก็น่าจะเป็นเรื่องกังวลกันมากเกินไปว่าจะเขียนการ์ตูนที่เป็นไทยได้อย่างไร ผมสังเกตว่ามักมีการติติงกันว่าลายเส้นไม่เป็นไทย เนื้อเรื่องไม่เป็นไทย ซึ่งตอบยากว่าอะไรเล่าที่เป็นไทย อยากให้สังเกตการ์ตูนญี่ปุ่นกันให้ดี ๆ จะพบว่า มังงะมิได้เป็นมังงะเพียงเพราะลายเส้น ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำให้มังงะเป็นมังงะ หนึ่งในหลายเรื่องนั้นคือคนเขียนมังงะเป็นคนญี่ปุ่นเขาจะเขียนด้วยลายเส้นอะไร เนื้อเรื่องอะไร ก็ดูเป็นมังงะทุกทีไป องค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งในมังงะคือชินโต ลองหาดีวีดี Spirited Away มาดู เราจะพบชินโต แล้วหา Princess Mononoke มาดู เราก็จะพบชินโต ลองอ่าน รันมา 1/2 เราก็จะพบชินโตอยู่ดี นั่นคือวิถีชีวิตของญี่ปุ่นของนักเขียนญี่ปุ่นที่ปรากฏในผลงานของญี่ปุ่น ลองหา Mangaverse มาอ่าน เป็นผลงานของนักเขียนมาร์เวลคอมิกส์ ซึ่งเขียนเรื่องซุปเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลด้วยลายเส้นแบบญี่ปุ่น อ่านแล้วเราจะไม่รู้สึกเลยว่าเป็นมังงะ เพราะที่หายไปคือชินโตอันเป็นรากฐานของญี่ปุ่น
สำหรับการ์ตูนไทยก็เช่นกันครับ นักเขียนจะเขียนด้วยลายเส้นญี่ปุ่นหรือไม่ญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ แล้วก็มิใช่ว่าจะไม่เป็นไทย ความเป็นไทยนั้นจะปรากฏในผลงานเสมอถ้าคนเขียนเป็นคนไทยแต่ความเป็นไทยนั้นคืออะไรยังต้องหาคำตอบกันอยู่ เพราะในปัจจุบันผลงานการ์ตูนไทยมีให้ศึกษาไม่มาก โดยสรุปคือ ผมไม่อยากให้นักเขียนไทยเกร็งเรื่องลายเส้นว่าจะไปเหมือนใคร เหมือนๆ เข้าไปเถอะครับ แต่ต้องพัฒนาเรื่องมุมกล้องและวิธีเล่าเรื่องให้มาก ที่เหมือนใครหรือเลียนแบบใครในตอนแรกจะหาทางออกได้เองในที่สุด ลายเส้นของนักเขียนก็เหมือนลายมือของคน เวลาเปลี่ยนลายเส้นก็เปลี่ยน เหมือนเวลาเปลี่ยนลายมือก็เปลี่ยน แต่ฝีมือการเล่าเรื่องจะจัดจ้านมากขึ้นทุกที

ถึงทุกวันนี้ ความฝันของคุณเกี่ยวกับการ์ตูนคืออะไร
ผมอยากให้นิตยสารทุกเล่มมีคอลัมน์วิจารณ์หรือแนะนำการ์ตูน การ์ตูนก็เหมือนหนังหรือดนตรี ควรมีสื่อคอยเฝ้าเอาไว้ มีพิษก็เตือนประชาชน แค่เตือนนะ อย่าตัดตอน ให้ประชาชนตัดสินเอง อยากให้สังคมเห็นคุณค่าและความหมายของการ์ตูนมากกว่าที่เป็นอยู่ การ์ตูนเลว ๆ มีอยู่จริง ๆ แต่การ์ตูนที่ไม่ได้ดูไม่ได้อ่านถือว่าเสียของก็เยอะนะครับ ผมอยากประหยัดเวลาตัวเองให้มีใครมาแนะนำเหมือนกันว่าควรดูเรื่องไหน
ถ้าโลกนี้ไม่มีการ์ตูน คุณจิตนาการได้ไหมว่ามันจะเป็นอย่างไร
ขีดเส้นลงบนกระดาษก็เป็นการ์ตูนแล้วละ ขีดกลางหน้ากระดาษกับขีดชิดขอบกระดาษก็ให้ความหมายต่างกันแล้ว ชิดบนหรือชิดล่างก็ต่างกันอีก ไม่เข้าใจใช่มั้ย ขีดเส้นเดียวผมอาจจะเวอร์ไป ลองไปวาดตัวการ์ตูนสักตัวที่กลางหน้ากระดาษ เทียบกับวาดที่ขอบบนของกระดาษดูเถอะครับ แล้วจะเห็นความหมายของการ์ตูน โลกนี้มีการ์ตูนแน่นอนครับ

ถึงยุคนี้แล้ว คุณมองว่าอารมณ์ร่วมของการ์ตูนทุกชาติทุกภาษาคืออะไร
อารมณ์ร่วมและภาษาสากลของการ์ตูนในตอนนี้คงเป็นเรื่องมุมกล้อง การ์ตูนไทยแต่ก่อนบรรยายยืดยาว การ์ตูนซูปเปอร์ฮีโร่แต่ก่อนก็บรรยายยืดยาว แต่การ์ตูนสมัยนี้ไม่สนใจที่จะบรรยายหรือใช้บัลลูนคำพูด ที่ยืดยาวอีกแล้ว แต่ใช้ลายเส้น สีหน้า ท่าทาง มุมกล้อง การตัดต่อเป็นเครื่องมือโน้วน้าวอารมณ์คนอ่านให้พุ่ง ถึงขีดสุดได้ อ่านแล้ววางไม่ลงกันจริง ๆ
ถ้าต้องไปรบ คุณจะพาฮีโร่ในการ์ตูนเรื่องไหนไปด้วย

ขอโทษนะ ผมไม่รบครับ

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “หนังสือ เรื่องแต่ง วรรณคดี นิยาย วรรณกรรม การ์ตูน”